Lotter's profileหมอล็อต,น.สพ.ภัทรพล มณีอ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 26

    ช่วยชีวิต "กวางป่า" ขาติดกระป๋อง

     

    ช่วยชีวิต "กวางป่า" ขาติดกระป๋อง
    อำนวย อินทรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

              ระยะ 2-3 ปีมานี้มักจะมีข่าวเกี่ยวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะช้าง เพราะเป็นสัตว์ใหญ่ คนรู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับช้าง และเกรงว่าจะสูญพันธุ์ไปจากป่าเมืองไทย สาเหตุสำคัญที่ทำให้เจ็บป่วยก็เนื่องมาจากคน เพราะคนที่อยู่ใกล้ป่ากับช้างป่าขัดแย้งกัน โดยช้างป่ามักจะออกจากป่ามากินพืชไร่ที่คนปลูก เหตุที่ช้างออกจากป่ามากินพืชไร่ของชาวบ้าน เป็นเพราะป่าแถวนั้นเคยเป็นที่อยู่ของช้างมาก่อนที่คนจะถางป่าเอามาเป็นไร่ และการป้องกันการไล่ล่าช้างป่าดีขึ้น ทำให้การล่าช้างเอางาลดลง ช้างป่าก็เลยไม่ค่อยจะกลัวคนอีกต่อไป แม้จะจุดประทัดไล่ บ้างก็เอาไฟฟ้าแรงต่ำจากแบตเตอรี่มาล้อมเป็นรั้ว ก็แค่ทำให้ช้างสะดุ้งตกใจเท่านั้น แล้วมันก็สรุปได้ว่าไม่ถึงกับตาย ก็พยายามมากินพืชปลูกอีกในที่สุดเจ้าของไร่มักจะแก้ปัญหา โดยใช้ปืนผูก หรือจั่นห้าว บ้างก็ใช้แร้วดักช้าง ทำให้บาดเจ็บทุกข์ทรมาน เจ้าหน้าที่ก็จับมือใครดมไม่ได้  แต่ตามความเป็นจริงแล้ว สัตว์ที่ป่วยหรือบาดเจ็บไม่ได้มีแต่ช้างเท่านั้น สัตว์อื่นๆ ก็เจ็บป่วยจากคนเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเป็นเรื่องใหญ่โต นั่นเป็นเพราะสัตว์อื่นนอกจากช้างตัวเล็ก และคนมีความรู้สึกผูกพันน้อยกว่าช้าง ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้จ้างนายสัตวแพทย์ประจำกรมขึ้นมาแล้ว คือ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ "หมอล็อต" พอได้รับรายงานว่ามีสัตว์บาดเจ็บที่ไหน หมอล็อตก็ตามไปรักษา

              วันหนึ่ง หมอล็อตได้รับแจ้งจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ว่ามีกวางบาดเจ็บ ก็รีบบึ่งรถไปเขาใหญ่ทันที ไปถึงเขาใหญ่ก็มีหัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ และหัวหน้าฝ่ายวิชาการ คือนายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ พร้อมกับคนรักสัตว์ป่าอีกคน คือนายดุลสิทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เขาตามหากวางบาดเจ็บไม่นานก็เจอใกล้กับที่กางเต็นท์ลำตะคอง มันเดินโขยกเขยก เพราะเจ็บที่ขาหลังข้างซ้าย จะเข้าไปดูใกล้ๆ มันก็หนีห่างออกไป ในที่สุดต้องนั่งบนรถกระบะเฉียดเข้าไปใกล้ จึงรู้สาเหตุการบาดเจ็บ



              ที่ต้องนั่งรถเพราะกวางกลัวคนเดินเข้าหามากกว่ากลัวรถยนต์ ทำไมเป็นอย่างนั้นก็น่าคิดอยู่ กีบหลังข้างซ้ายของมันมีกระป๋องสวมอยู่ คงจะเป็นกระป๋องปลาที่คนกินแล้ววางทิ้งเรี่ยราด มันเดินไปสวมเข้าพอดีกับกีบ หมอล็อตตรวจและวินิจฉัย ตรงที่กีบติดกระป๋องรอยต่อระหว่างหนังกับกีบมีเส้นประสาทอยู่มาก ที่สำคัญเป็นกวางที่อยู่ระหว่างให้นมลูก มีลูกน้อยเดินตามตลอดเวลา และคาดว่าลูกกวางมีอายุไม่เกิน 2 เดือน หมอล็อต บอกว่า ถ้าแม่กวางป่วยคุณภาพของนมก็จะลดลง หรือถ้าแม่มีเชื้อโรค เชื้อโรคนั้นก็จะถ่ายไปถึงลูกด้วย เรียกว่า เจ็บที่แม่แต่กระเทือนถึงลูก

              จากนั้นหมอล็อตจึงตัดสินใจใช้ยาสลบ แต่ปัญหามีว่ายาสลบเหลือเพียงโดสเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนยิงยาสลบต้องแม่น ไม่พลาดเด็ดขาด รถกระบะเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆ เจ้าหน้าที่ที่เหลือคอยกันไม่ให้มันหนีเข้าป่า ระยะยิงยังห่างเกินไป แล้วลูกของมันซึ่งคงจะรู้ความเจ็บปวดของแม่ ก็คลอเคลียไม่ห่างเลย บางครั้งมีต้นไม้บัง ต้นไม้กับลูกของมันเป็นอุปสรรคไม่น้อย ยาสลบนัดแรกโดนที่ท้อง ก่อนเข็มจะร่วงลงดิน ทำให้ยาไม่เดินเข้าสู่ร่างกาย ทั้งที่โดยปกติแล้วระบบกลไกของปืนยิงยาสลบนั้น ยาจะเดินทันทีที่เข็มปักเข้าเป้าหมาย แต่เพราะเข็มเฉียดท้องนิดเดียว กลไกการฉีดยาจึงไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่บรรจุปืนยิงใหม่อีกครั้ง คราวนี้ไม่พลาด เข้าที่สะโพกหลังข้างขวาเต็มๆ มันยืนซึมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ นอนลงและหลับ เจ้าหน้าที่ค่อยๆ ย่องเข้าไปหา ขณะที่ลูกกวางถอยออกไปยืนดูอยู่ห่างๆ

              จากนั้นหมอล็อตเข้าไปตรวจและดึงกระป๋องออก พบว่ากระป๋องสวมลึกเข้าไปมากจนสวมกีบกวางมิด หนังถลอกจนเกือบถึงเนื้อ เลือดแห้งเกรอะกรัง เนื้อบวมเป่งและเขียวช้ำ หมอล็อตจึงให้ยาฆ่าเชื้อ วิตามิน ยาฆ่าเห็บหมัด วัคซีนกันบาดทะยัก และยาผงไล่แมลงและป้องกันหนอน แม่กวางสลบไปราวครึ่งชั่วโมงก็ฟื้น ก่อนที่ลูกของมันจะวิ่งตรงรี่เข้ามาหาแม่ และพากันกลับเข้าป่าไป และนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 27 ม.ค. 2550 และจนถึงขณะนี้ทีมงานที่รักษามั่นใจว่า กวางแม่ลูกคู่นี้ปลอดภัย จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางอุทยานฯ ขอร้องให้นักท่องเที่ยวอย่าทิ้งขยะในเขตอุทยานฯ ดังในกรณีแม่กวางป่าติดกระป๋อง หรือแม้แต่ถุงพลาสติกและห่อขนมก็ตาม เพราะหากสัตว์ป่ากินเข้าไปอาจถึงตายได้

    ขอบคุณข้อมูลจาก น.ส.พ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 4 มีนาคม 2550

    December 19

    งานเสวนา"อนาคคช้างไทยใครกำหนด"

    IMG_0993

    งานเสวนา "อนาคตช้างไทยใครกำหนด"
    เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2550
    วิทยากรในการสนทนาได้แก่
    1. น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ
    2. น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน(หมอสัตว์ป่า) หมอล็อต
    3.ผศ.ดร.นริส ภูมาภาคพันธ์
    4.นายรักษา สนินทบูรณ์

    ครึ่งแรกของการเสวนาเป็นแนะนำตัวของวิทยากรแต่ละท่าน
    คุณหมอล็อตแนะนำตัวเหมือนในหนังสือ ค.คน ทุกบรรทัดเลย55
    ได้ข้อมูลเพิ่มว่าเคยไปนักบาสฯที่สิงคโปร์ มาก่อนเป็นสัตวแพทย์เต็มตัว

    พอครึ่งหลังวิทยากรแต่ละท่านก็งัดวิทยายุทธ์ ออกมากันเต็มที่
    ทั้งเรื่องสถานการณ์ช้างป่าในไทย
    พื้นที่ของช้างป่า
    ถิ่นที่อยู่ของช้างป่า
    การป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับช้าง
    แนวทางการป้องกัน

    ส่วนคุณหมอล็อตก็บรรยายเกี่ยวกับภารกิจและพันธกิจของสัตวแพทย์สัตว์ป่า
    และยังได้เล่าถึงการทำงานในแต่ละภารกิจด้วย

    IMG_1009IMG_1011

    IMG_1013

    IMG_1018

    หลังจบการเสวนาก็มีการถ่ายภาพหมู่รวมกัน

    ภาพข่าวโดย...นู๋กานต์
    บรรยายโดย...นู๋กานต์


    *ภาพไม่ค่อยชัดเนื่องจากคนถ่ายนั่งอยู่ไกลเลยต้องซูมเยอะมากๆประกอบกับการตั้งค่าisoสูง

     

    December 12

    คุณหมอกับโครงการเสริมโป่งช้างและสัตว์ป่า ครั้งที่ 15

         สำนึกรักษ์ธรรมชาติของคนไทยเวลานี้กล่าวได้ว่าเป็นกระแส หรือแฟชั่น เพราะถ้าใครไม่พูดถึงเรื่อง "โลกร้อน"ก็ถือว่าตกยุคการรณรงค์รักษ์โลกช่วยลดมลพิษที่จัดกันมากมายจึงไม่ต่างอะไรกับสายลมที่พัดผ่านเพียงชั่วครู่ชั่วยามให้หลงดีใจท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวของมวลก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เก็บกักความร้อนครอบ คลุมห่อหุ้มไปทั่วชั้นบรรยากาศโลกคนส่วนใหญ่ยังมองอะไรเป็นเรื่องไกลตัวเช่นเปิดแอร์นิดหน่อยคงไม่เป็นไรเราคนเดียวคงไม่ทำให้โลกร้อนขึ้นมากมาย หรือใช้ถุงพลาสติกใบนิดเดียวคงไม่เป็นไร แต่ถ้าย้อนคิดถึงคำกล่าวว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"ฉันใด ก็จะตระหนักได้ว่า ทั้งการนั่ง เดิน กิน ขับถ่ายของเรา ล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมคนส่วนใหญ่ยังมองอะไรเป็นเรื่องไกลตัวเช่นเปิดแอร์นิดหน่อยคงไม่เป็นไรเราคนเดียวคงไม่ทำให้โลกร้อนขึ้นมากมายหรือใช้ถุงพลาสติกใบนิดเดียวคงไม่เป็นไรแต่ถ้าย้อนคิดถึงคำกล่าวว่า"เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" ฉันใด ก็จะตระหนักได้ว่า ทั้งการนั่ง เดิน กิน ขับถ่ายของเรา ล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม  ท่ามกลางกระแสตื่น "โลกร้อน" ของคนเมือง ยังมีองค์กรเล็กๆ อย่าง มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมช่วยโลกและสรรพสัตว์ให้มีชีวิตที่สมดุลอย่างต่อเนื่องมานานกว่า15ปีโดยเฉพาะกิจกรรมนำเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆไปช่วยกันเสริมโป่งช้างและสัตว์ป่า ณ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ ล่าสุด เมื่อวันที่ 10-11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 2ของไทย(แห่งแรกคือ"ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง")ภาวะโลกร้อนทำให้เขาใหญ่ได้รับผลกระทบโดยตรงทำให้หน้าแล้งก็แล้งขึ้นอย่างสาหัสพอถึงหน้าฝนก็มีปริมาณน้ำฝนตกมากขึ้นเป็นประวัติการจนเกินความจำเป็นแล้วยังต้องให้บริการนักท่องเที่ยวที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากอนุญาตให้พักค้างแรมด้วยเต็นท์ได้ ทำให้สถิตินักท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ปี 2549สูงกว่า 9 แสนคน ปริมาณรถยนต์กว่า 1.6 แสนคัน ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือมลพิษทั้งทางอากาศและขยะที่แต่ละคนสร้างขึ้นอย่างต่ำครึ่งกิโลกรัมต่อคนต่อวันรวมแล้วปีละหลายหมื่นตันกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการกำจัดอยู่ในขณะนี้เมื่อขยะล้นเกินจนเกิดการบูดเน่า พอหมูป่ามาคุ้ยขยะกิน ก็ติดเชื้ออหิวาตกโรคจากขยะครั้นหมูป่าถูกเสือล่าไปกิน ทำให้เสือบนเขาใหญ่ตายเพราะติดเชื้อไปแล้ว 4 ตัว ส่งผลให้กวางที่เป็นอาหารของเสือมีจำนวนมากขึ้นสัตว์ผู้ล่าอย่างหมาในก็เพิ่มตามไปด้วย ชาวบ้านรอบเขาใหญ่เกลียดหมาใน จึงวางยาเบื่อในซากไก่ให้หมาในกิน แต่ซากไก่ที่วางไว้นานจนหนอนขึ้น กลายเป็นอาหารของแร้ง แร้งกินก็ตาย จนกล่าวได้ว่าแร้งฝูงสุดท้ายหายไปจากเขาใหญ่แล้ว เหล่านี้ทำให้ระบบนิเวศที่ประกอบด้วยผู้ล่า ผู้ถูกล่า และการย่อยสลายไม่สมดุล โดยมีมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้น และเป็นตัวเร่งให้ระบบนิเวศเลวร้ายลง แล้วทำไมมูลนิธิช้างฯ ต้องจัดกิจกรรมเสริมโป่ง? เพราะ "โป่ง" คือแอ่งดินในป่าที่มีแร่ธาตุหลายชนิด อันเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของสัตว์ การเสริมโป่งคือการทำอาหารให้สัตว์ป่า ณ ครัวของสัตว์ป่าเอง โดยเฉพาะสัตว์กินพืชจำเป็นต้องกินดินโป่งอย่างนกจะได้รับแคลเซียมจากโป่งไปเก็บสะสมไว้สร้างเปลือกไข่ให้แข็งแรง สีขนสดสวย ส่วนกวางถ้าขาดแร่ธาตุจากโป่ง ขนจะไม่ยาว ขาจะไม่งอก กระดูกจะนิ่ม หรือสัตว์ที่ตั้งท้องจะได้รับแร่ธาตุจากการกินดินโป่ง โป่งจึงเปรียบเสมือนโรงพยาบาลสัตว์ป่าด้วย แม้แต่นกเงือกยังมาคลุกดินโป่งเพื่อฆ่าไรที่เกาะตัวมันขณะที่ช้างจะมาคลุกดินเพื่อรักษาแผลนอกจากได้ร่วมปลูกป่าและเสริมโป่งแล้วเด็กๆยังได้รับความรู้เรื่องธรรมชาติชีวิตสัตว์ และเบื้องหลังเบื้องลึกการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยมี "หมอล็อต" ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หมอหนุ่มมาดเซอร์ ผู้อุทิศตัวเพื่อสัตว์ป่า เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ ให้น้องๆ ฟังอย่างเป็นกันเอง ชนิดถูกใจวัยใส วัยทีน เพราะหมอล็อตต้องช่วยเหลือสัตว์ป่าที่บาดเจ็บถึงในป่า เป็นการทำงานที่ลำบากและท้าทาย พบเจอปัญหาและผลกระทบที่คาดไม่ถึงมากมายที่ต้องใช้ความคิด และเหตุผลมากกว่าความรู้สึก เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ช่วยลูกกวางตาบอดให้รอดจากการล่าของหมาใน แต่สุดท้ายลูกกวางตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ส่วนหมาในเมื่อไม่ได้กินลูกกวางตาบอดก็ไปกินตัวอื่นทำให้ธรรมชาติต้องเสียกวางถึงสองตัวทั้งๆที่ลูกกวางตาบอดนั้นแทบไม่มีโอกาสอยู่รอดตามธรรม ชาติเลย หากปล่อยให้เป็นอาหารของหมาใน เราก็จะเสียกวางเพียงตัวเดียว หมอล็อตให้ความรู้อีกว่าสัตว์ป่าจะมีสัญชาตญาณเฉพาะตัวในการบำบัดรักษาตัวเองยามเจ็บป่วย เช่น ช้างที่บาดเจ็บมีแผลที่ลำตัว จะพาตัวเองไปแช่ในบ่อน้ำ เพื่อให้ปลามาตอดที่แผล มากินเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกไป ดังนั้น ถ้าไม่เจ็บหนักจริงๆ สัตว์ป่าจะไม่ออกมาให้คนเห็น ถ้ามีคนพบเห็นสัตว์ป่าเจ็บป่วย หมอจึงมีหน้าที่ต้องไปรักษาให้เร็วที่สุด การถ่ายทอดเรื่องราวพร้อมภาพประกอบ แล้วลงมือปฏิบัติในสถานที่จริง ทำให้เด็กๆ เข้าใจและตระหนัก มากกว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ปลายเหตุ หรือการเข้าใจสิ่งต่างๆ แบบฉาบฉวยตามกระแสนิยม เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจึงเข้าใจมากขึ้นว่า การช่วยโลกร้อนไม่ได้มีแค่เปิดแอร์ที่ 25 องศา หรือใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกเท่านั้น แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยโลกและระบบนิเวศของเรา เช่น ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียวที่สำคัญคือการดูแลรักษาป่าและทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่ทุกคนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของช่วยกันปกป้องป่าต้นกำเนิดของสายธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราเมื่อทุกคนรู้จักรักและตอบแทนธรรมชาติธรรมชาติก็จะอยู่คู่กับเราไปอีกนานเท่านาน

    ขอบคุณข้อมูลจากbloglotterfanclub : ที่พี่หญิงดูแลอยู่นะค่ะ
    ช่วงนี้อาจะห่างเหินการอัพเดจข้อมูลนะค่ะเพราะต้องทำรายงานและงานวิจัยหลายชิ้น
     

    December 06

    อีกภารกิจ

    นอกจากการเป็นสัตวแพทย์สัตว์ป่า คุณหมอยังมีภารกิจในส่วนของการเป็นวิทยาการ(คุณครู) อีกด้วย
    เมื่อต้นพฤศจิกาที่ผ่านมา ได้รับเชิญให้ไปบรรยายให้นิสิต คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    ในหัวข้อ "ชีวิตหมอบัดซบ"
     
    120109
    บรรยากาศในห้องบรรยาย
    120112
    มีมาดนึง ของคุณหมอ
    กับการเป็นวิทยากร
    120113120118120119
    ก็ยังคงบรรยาย ผ่านประสบการณ์ตรงของคุณหมอ
    120128120141
    ตอบข้อสงสัยของลูกศิษย์
    120143
    ลูกศิษย์ขอบคุณคุณครุ
    120144
    เมื่อคุณครูเป็นคนดัง จำต้องแจกลายเซ็นต่อด้วย55
    120146
    ถ่ายรูปกับลูกศิษย์ที่น่ารัก