8月8日
หมอล็อต : 10 Men on Top
10 Men on Top นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน
อันดับที่ 6 นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน
จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าในฐานะสัตว์แพทย์สัตว์ป่าคนแรกและคนเดียวของประเทศไทย
เขาต้องเผชิญกับแรงเสียดทานอะไรบ้าง วันนี้เขาพร้อมจะเล่าความในใจทั้งหมดให้พวกเรารับรู้
: ภารกิจชีวิต :
งานของผมเป็นงานเชิงรุก ผมบอกชาวบ้านเสมอว่า การอยู่ของสัตว์ป่าคือตัวชี้วัดการอยู่รอดของมนุษย์ เมื่อใดที่สัตว์ป่าไม่สามารถอยู่รอดในโลกใบนี้ มนุษย์ก็อย่าหวังว่าจะอยู่รอดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นภารกิจสูงสุดของผมที่จริงแล้วคือ การปกป้องมนุษย์โดยใช้สัตว์เป็นเครื่องมือนั่นเอง
: ท้ามฤตยูเพื่องานที่รัก :
สัตว์ป่าที่อยู่ในป่าเค้าไม่รู้หรอกว่าเรามาดีหรือมาร้าย ยิ่งสัตว์บาดเจ็บความโกรธแค้นยิ่งเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเค้ามาจากฝีมือมนุษย์ พอเขาเห็นมนุษย์มาเลยนึกว่าจะมาทำร้ายอีก ระหว่างการเดินทางเข้าไปในป่ารักษาสัตว์ ผมต้องคิดวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ ก.ไก่ ถึง Z นั่นคือมีแผนเดียวไม่ได้ รวมทั้งต้องคิดแผนหลบหนี ถ้าช้างไล่ใครจะวิ่งทางไหน หมอจะวิ่งทางนี้ อย่าวิ่งชนหมอแล้วกัน บอกกันถึงขนาดนี้ เพราะหลักในการทำงานของผมมี 3 อย่างคือ คนปลอดภัย สัตว์ปลอดภัย และเราทำงานได้ ขณะเดียวกันเวลาเกิดเหตุ สังคมมักมองว่า หมอล็อตมาแล้วทุกอย่างต้องดีขึ้น ทั้งๆ ที่ในการทำงานเราไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นที่ สภาพสัตว์ ความพร้อมและความสะดวกในการทำงาน ทุกอย่างแตกต่างกันหมด เวลาสัตว์ป่าบาดเจ็บ เขาไม่ต้องการหมอที่เก่งที่สุด แต่ต้องการหมอที่เร็วที่สุด เพราะเมื่อไรที่สัตว์ป่าปรากฏตัวให้คนเห็นนั่นคืออาการปางตายแล้ว ถ้าอาการไม่หนักจริงๆเขาจะมีสัณชาตญาณในการรักษาตัวเอง จนบางครั้งหมอกับช้างต้องวัดใจกันว่าใครจะหัวใจวายก่อนกันเพราะเราต้องทำงานแข่งกับเวลา ยิ่งในสถานที่ซึ่งเป็นป่าไม่ได้มีความพร้อมอะไรมากมาย ความกดดันย่อมตกอยู่ที่ผม แต่ดีตรงที่ผมสามารถผันแรงกดดันเป็นแรงบันดาลใจได้ดี ทำให้ปัญหาที่มีอยู่ลดความเข้มข้นลงไป
ซีนประทับใจ :
กรณีลูกช้างป่าบาดเจ็บ แล้วเดินเลือดไหล มีหนอง ปกติลูกช้างอยู่ในโขลง แต่นี่เขาหากินเดี่ยวๆ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร อายุเท่าไหร่ สุขภาพเป็นอย่างไร พอผมไปถึงก็ต้องรีบยิงยาสลบเข้าไปดูถึงเห็นว่าขาโดนบ่วงดักสัตว์ตัดลึกมากเกือบถึงกระดูก ต้องผ่าตัดในป่าลึกเดี๋ยวนั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยถือถุงสายน้ำเกลือให้ รักษาเสร็จผมมองออกเลยว่าแววตาเขาเปลี่ยนไป จากเดิมก่อนรักษาเขาไล่กระทืบเรา พอฟื้นขึ้นมาแววตาที่เขามองพวกเราบริสุทธิ์สดใสมาก เจ้าหน้าที่ติดตามช้างไปในป่ากลับมาเล่าว่า แม่ช้างมารับลูกไปแล้ว แม้ว่าขาของลูกช้างจะบิดเบี้ยวบ้าง แต่เขาสามารถดำเนินชีวิตกับโขลงได้ตามธรรมชาติ ทำให้ผมคิดว่าที่เขาบาดเจ็บและโผล่มาให้เห็นเนื่องจากเขาตามโขลงไม่ทัน อยากให้เราช่วย หรือไม่ก็โขลงตั้งใจทิ้งช้างตัวนี้ให้หมอรักษา ซึ่งความรู้สึกตรงนี้อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ผมมักบอกเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันว่า ชีวิตเราอย่าไปมองว่าเริดหรูกว่าสัตว์ป่า เราอยู่ในโลกใบเดียวกัน เราก็คือหนึ่งชีวิต ถ้าเทียบชีวิตเรากับสัตว์ตัวหนึ่งก็มีค่าเท่ากัน เพราะฉะนั้นถ้าหนึ่งชีวิตเกิดมาแล้วสามารถรักษาหนึ่งชีวิตให้รอดนั่นถือว่าเท่าทุน และถ้าหนึ่งชีวิตสามารถรักษาอีกร้อยชีวิตให้รอดได้นั่นคือกำไร
: ไอดอลในดวงใจ :
นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร และรุ่นพี่หลายคนที่ทำงานกับสัตว์ป่า เราศรัทธาในตัวเขาและวิชาชีพ อยากช่วยอยากแบ่งเบาภาระในการทำงาน โดยพื้นฐานผมเป็นคนใจนักเลงอยู่แล้ว ร่างการแข็งแรง บู๊ได้ ลุยได้ ถ้าให้มารักษาหมาแมวดูจะไม่เหมาะ จึงเลือกทำงานเป็นสัตวแพทย์รักษาช้างและสัตว์ป่า
: คติประจำใจที่ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน :
" ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ " บางทีผมท้อ เหนื่อย มานั่งนึกพอแล้ว ไม่ทำแล้ว แต่พอคิดว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นมา ผมไม่ทำแล้วใครจะทำ อย่าลืมว่าคนเป็นสัตวแพทย์ไม่ใช่มาทำแบบหมอล็อตได้ คนที่จะเป็นหมอแบบผมได้ต้องโง่และบ้า และครอบครัวต้องบ้าตามเพราะทำงานแบบนี้จน สู้ไปเป็นหมอทำงานเงินเดือนเป็นแสนไม่ดีกว่าหรือ ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกอยากให้ลูกเข้าไปทำงานในป่า โดนช้างไล่กระทืบ โดนเสือไล่กัด ผมเป็นมาเลเรียสองครั้งแล้ว ถ้าผมเป็นอะไรไป ไม่มีใครสร้างอนุสาวรีย์ยกย่องหรอก มีแต่หาว่าบ้ากับโง่
: ความฝันอันสูงสุด :
ในฐานะที่เกิดเป็นลูกผู้ชาย ผมตั้งกฎไว้ว่า มี 3 สิ่งที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งควรทำในชีวิต หนึ่ง รับใช้ชาติ สอง สืบทอดพุทธศาสนา สาม ดูแลผู้หญิงที่เรารักให้มีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นผมอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เวลาเหนื่อยรู้สึกอยากกอดใครสักคนที่เราสามารถ พูดคุย ระบายความในใจ เป็นที่ปรึกษา และเราก็อยากดูแลเขา ผมชอบผู้หญิงน่าทะนุถนอม น่ารัก สดใส ผ่อนคลาย สบายๆ อยู่ด้วยแล้วหายเหนื่อย
จาก นิตยสารแพรว