Lotter 的个人资料หมอล็อต,น.สพ.ภัทรพล มณีอ...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
10月3日 หัวใจหมอ หัวใจสัตว์" หัวใจหมอ-หัวใจสัตว์ " แรงบันดาลใจ vol. 1 No. 7 july 2008
เวลาที่สัตว์บาดเจ็บกับป่วย เขาไม่ได้ต้องการหมอที่เก่งที่สุดนะ แต่เขาต้องการหมอที่มารักษาเขาอย่างเร็วที่สุด แต่ด้วยสิ่งที่เรามีมันทำให้เราไปช้ากว่า แล้วอาการสัตว์ก็หนักกว่าเดิม พอไปถึงชาวบ้านเขาก็รอเราอยู่แล้ว เพราะเขาก็แจ้งเรามานาน ไปถึงปุ๊บเขาด่าผมบางคนก็เอาก้อนหินขว้างใส่หัวแตกก็มี ซึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของเขาที่เห็นสัตว์เจ็บตรงหน้านะ มันนานมากถ้าเทียบแล้ว 1 นาที มันหมายถึง 1 ชั่วโมง ตอนนี้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ครับเป็นมาประมาณจะ1เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เป็นมาลาเรียมาแล้ว 2 ครั้ง ช่วงนั้นมันมีภาพที่ทำให้ผมหดหู่มากเลยนะ ตอนที่ผมกับเจ้าหน้าที่ 7 คน เข้าไปรักษาลูกช้างป่าตกเขา ที่เขาชะเมาจังหวัดระยอง เวลานั้นมาลาเรียแรงมาก เจ้าหน้าที่ป่วยเป็นมาลาเรีย 4 คน ผมต้องรักษาลูกช้างนอนให้น้ำเกลือลูกช้าง แล้วก็ต้องดูแลเจ้าหน้าที่ ที่นอนอยู่ข้าง ๆ ลูกช้างด้วย มันสะท้อนใจมากก็คิดไปว่านี่หรอวะ...บุคคลที่เป็นทรัพยากรดูแลสัตว์ เขาปากสั่น ตัวเหลือง ตอนค่ำต้องรีบเข้ามุ้งเพราะยุงมาแล้ว ผมเองก็เป็นไข้ขึ้น ตัวสั่น ปวดหัว แต่ผมภูมิใจนะที่ป่วยเป็นมาลาเรีย เพราะมันอยู่ในสถานการณ์ที่ควรจะเป็น เราทำงานในป่าเราก็ต้องเป็นอยู่แล้ว ผมมองว่ามันก็ดีนะเราจะได้มีภูมิคุ้มกัน แล้วผมก็ต้องรักษาชีวิตของตัวเองให้ดีด้วย เพราะยังมีชีวิตอื่นๆ รอผมอยู่
ผมเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ครับ มีพ่อเป็นตำรวจ พอผมอายุได้ 3 ขวบ พ่อก็ย้ายไปรับตำแหน่งประจำที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เราทุกคนในครอบครัว ทั้งแม่-พี่ชาย-พี่สาวและผม ก็เลยต้องย้ายตามไปด้วย และด้วยความที่ผมเห็นพ่อทำงานแบบนี้มาตั้งแต่เด็กพ่อก็เลยเป็นฮีโร่ของผม และแน่นอนครับความใฝ่ฝันของผมจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากโตขึ้น ผมจะเป็นตำรวจ แต่โชคชะตาก็ผลิกผลัน ผมไปสมัครสอบนายร้อยแต่สอบไม่ติด ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสจะได้เรียนนายร้อย เพราะมีคะแนนการเป็นลูกตำรวจช่วยส่วนหนึ่ง ประกาศนียบัตรต่าง ๆ จากการเป็นนักกีฬาก็เป็นคะแนนช่วยอีกส่วนหนึ่ง ถึงขนาดนี้ก็ยังสอบไม่ติด ความมุ่งหวังในการเป็นตำรวจแบบพ่อจึงจบลง ซึ่งผมเองก็ยอมรับครับ อาจจะด้วยตอนเด็กผมเป็นคนเกเรไม่ค่อยตั้งใจเรียนทั้ง ๆ ที่แม่ก็จะพูดกรอกหูตลอดว่า “ไอ้ล็อตนะ มันเป็นคนหัวดีมันเป็นคนเรียนเก่งเสียแต่มันขี้เกียจ”
ก็อย่างว่าครับการทำตัวเวลาอยู่ในบ้านกับอยู่นอกบ้านของผม จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกบ้านเรื่องชกต่อยนี่มันเป็นเรื่องธรรมดา นั่นเพราะช่วงที่ผมเกเรเวลาทำอะไรเพื่อน ๆ เห็นเราเป็นผู้นำ เพื่อน ๆ ชอบ มันก็ทำให้อึกเหิมทั้ง ๆ ที่สิ่งนั้นผมรู้ว่ามันไม่ดี แต่ทำแล้วเพื่อนชอบเพื่อนยอมรับก็เลยต้องทำ พอสอบนายร้อยไม่ติดตอนนั้นก็เริ่มคิดแล้วว่าจะไปทางไหนดี และด้วยนิสัยเกเรที่ยังติดตัวอยู่ ก็คิดสั้น ๆ แค่ว่า พ่อแม่น่าจะเลี้ยงได้พอมาคิดอีกทางด้วยความที่ผมเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งก็ถือได้ว่ามีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง กะว่าจะเอาดีด้านนี้ แต่พอเกิดการบาดเจ็บ เอ็นขาด กระดูกแตก ก็เลยกลับมาคิดอีกว่าต่อให้เล่นกีฬาดีแค่ไหน แต่พอบาดเจ็บขึ้นมาชีวิตมันก็ไปไหนไม่ได้จุดหักเหของความคิดมันก็เลยเริ่มเปลี่ยนก็มานั่งคิดว่าต้องเรียนอะไรซักอย่าง ที่มันสามารถทำให้เราทำมาหากินได้ สร้างความมั่นคงสร้างความอยู่รอดให้กับตัวเองได้ แล้วคำพูดของแม่ก็แว่วอยู่ในหูตลอด ผมก็เลยมาคิดว่าเอ...หรือว่าผมเป็นแบบนั้น ก็เลยหันมาขยันตั้งใจเรียน ซึ่งช่วงนั้นผมจะคบเพื่อน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็กเรียน กับ กลุ่มเด็กเกเร อย่าเวลาไปกับเพื่อนเกเรก็ไปเกเร แต่พอมาที่ที่กลุ่มเพื่อนเด็กเรียนผมก็ตั้งใจเรียน
พอถึงช่วงเอ็นท์ตอนแรกผมไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์แพทย์มากมาย รู้แค่ว่าเป็นหมอรักษาหมาหมอตอนควาย ตอนแรกก็คิดไปว่าจะใช้โควตานักกีฬาเลือกเรียนวิศวะแต่พอมานั่งนึกถึงวิชาคำนวณ เอ...ผมไม่ไหว หรือว่าจะเรียนด้านบริหาร เอ...อันนี้ก็ไม่ชอบ แล้วบังเอิญอีกผมไปเห็นพี่ ๆ ที่เคยรับโควตานักกีฬา พอไปเรียนจริง ๆ ต้องเลิกเล่นกีฬามาเรียนอย่างเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่าเรียนหนัก มันกลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผมมาก ผมอยากพิสูจน์ความจริงตรงนี้ ก็คิดว่าเอ...มันหนักขนาดไหนที่ว่าเรียนหนัก เอาเวลาไปเที่ยวหญิง...เอาเวลาไปดูหนังมากกว่ามั้ง...เพราะผมคิดว่าถ้าแบ่งเวลาได้ ทำไมจะเรียนไปด้วยเล่นกีฬาไปด้วยไม่ได้ ก็มันไม่ได้เรียนตลอด 24 ชั่วโมงนี่นา ก็คิดว่าเอาล่ะ...เราจะเล่นกีฬาไปด้วยเรียนไปด้วย แล้วก็มาคิดว่าจะเรียนสาขาวิชาที่มันยาก ๆ ซึ่งก็คือเรียนหมอ แล้วก็มาคิดต่อว่าถ้าเป็นหมอรักษาคน เราก็สามารถสื่อสารกันว่าเจ็บนั่นเจ็บนี่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นรักษาสัตว์ ..สัตว์ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ซึ่งมันยากกว่า อย่างเช่นเวลาที่แมวหรือหมาป่วยแต่ละตัวมันก็จะร้องแตกต่างกันออกไป ผมก็เลยโป๊ะเซะ!! มันยากดีงั้นเลือกเรียนด้านนี้ดีกว่า
กระทั่งผมมาสอบติดคณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ในโควตานักกีฬา ซึ่งผมได้เล่นบาสเกตบอลให้มหาวิทยาลัยแล้วก็สโมสรด้วย พอทำไปทำมาก็มีเหตุผลบางประการ ทำให้ผมต้องเปลี่ยนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครแทน ซึ่งผมจะบอกว่าสิ่งที่ผมอยากพิสูจน์ความจริงจากรุ่นพี่ ว่าเรียนไปด้วยเล่นกีฬาไปด้วยมันสามารถ ทำได้จริงหรือไม่ ผมยอมรับว่า 6 ปี ของการเรียนนั้นมันหนักมาก ต้องขอบคุณที่มีเพื่อนดี ปริญญาที่ผ่านมาได้ผมต้องยกให้เพื่อน 30 % เพราะพวกเขาช่วยผมมาตลอด 6 ปี แห่งการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยหลังจากเรียนเสร็จแล้วก็ต้องซ้อมบาสเกตบอลถึงประมาณ 4 ทุ่ม แล้วผมก็กลับมาอ่านหนังสือถึงประมาณตี 4 แล้วก็นอนจากนั้นประมาณ 9 โมงเช้าก็ไปเรียน มันเป็นแบบนี้มาตลอดแต่ผมไม่เคยท้อนะ เพียงแต่ว่าช่วงชีวิตการเป็นวัยรุ่นอาจจะขาดหายไป การเรียนด้านนี้สำหรับตัวผมแล้วสนุกมากครับ
เพราะมันจะคำถามตลอดมันเป็นการเรียนที่ไม่อยู่กับที่ไม่ซ้ำซาก มันเป็นการเรียนรู้เพื่อการช่วยเหลือรวมไปถึงการอยู่รอดของชีวิตสัตว์ และนี่เองครับที่ช่วยขัดเกลานิสัยเกเรหรือว่ามีจุดดำในใจผมให้กลายเป็นคนอ่อนโยนทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่คนรักสัตว์!! ผมไม่ใช่พ่อพระ!! " ผมเห็นอาจารย์อาวุโสด้านสัตวแพทย์หลายท่านทำงาน ผมว่ามันเป็นงานที่ทำเพื่อสังคมเป็นงานที่มี ศักดิ์ศรีเพียงแต่ตอนนี้ อาจารย์ท่านอายุมากขึ้นทุกวัน แต่ไม่มีใครมาทำงานสืบต่อตรงนี้เลย มันก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากมาทำงานตรงนี้ ผมแค่อยากแบ่งเบาภาระของท่านเหล่านี้ อย่างที่บอกพื้นฐานของผมไม่ใช่คนรักสัตว์ แล้วก็คิดว่าอะไรที่คนทำเยอะแล้วก็อย่าไปทำซ้ำกับเขา ถ้าอันไหนขาดเราก็ไปเติมเต็มตรงนั้นจะดีกว่า"
" การทำงานในการรักษาสัตว์ช่วงที่ลำบากที่สุดก็คือ ตอนมีเหตุการณ์แล้วรถไม่เข้าป่า ผมก็ต้องสะพายเป้นั่งรถโดยสารไปรักษาสัตว์บาดเจ็บกับป่วย เขาไม่ได้ต้องการหมอที่ที่เก่งที่สุดนะ แต่เขาต้องการหมอที่มารักษาเขาอย่างเร็วที่สุด แต่ด้วยสิ่งที่เรามีมันทำให้เราไปช้ากว่า แล้วอาการสัตว์ก็หนังกว่าเดิม พอไปถึงชาวบ้านเขาก็รอเราอยู่แล้วเพราะเขาก็แจ้งเรามานาน ไปถึงปุ๊บเขาด่าผมบางคนเขาก็เอาก้อนหินขว้างใส่หัวแตกก็มี ซึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของเขาที่เห็นสัตว์เจ็บตรงหน้านะ มันนานนะถ้าเทียบแล้ว 1 นาที มันหมายถึง 1 ชั่วโมงนะ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนนิสัยผมถ้ามีคนมาทำอย่างนี้ผมเอาตายเลยนะ แต่พอถึงตรงนั้นความสนใจมันจะพุ่งไปที่ต้องรักษาสัตว์ก่อน พอรักษาเสร็จคนที่ขว้างก้อนหินใส่ผมเขาก็มาขอโทษ ผมก็หายโกรธไม่โมโหแล้ว จากนั้นก็มาอธิบายถึงข้อจำกัดให้เขาฟังว่าทำไมผมถึงมาช้า ซึ่งเขาก็เข้าใจผมว่าอะไรที่เป็นการเริ่มต้นมันต้องเหนื่อย ต้องท้อ ต้องเสียสละบ้าง ถ้าเรามัวแต่งอมืองอเท้า ว่าไอ้นี่ขาดไอ้นั่นขาดงานมันก็ไม่ได้ เพราะงานของผมยังมีคนมีสัตว์ที่รออยู่ นี่คือมุมมองของการริเริ่มทำงานของหมอสัตว์ป่า"
เมื่อการเริ่มต้นเริ่มขึ้น มันมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ประทับใจ ทั้งในตัวบุคลทั้งในส่วนของงานอย่างพี่ประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ ซึ่งประจำอยู่เขาใหญ่ ตอนนั้นพี่เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปราม อายุก็ไม่ต่างจากอายุผมมาก นิสัยก็จะออกแนวนักเลง ๆ เรามีความเห็นพ้องต้องกันว่า อย่างกรณีที่มีสัตว์บาดเจ็บหรือป่วย ควรจะมีหมอเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสุขภาพอย่างเร่งด่วน แต่บางครั้งพอเกิดเหตุการณ์อย่างช้างเจ็บป่วยกะทันหันแต่ความพร้อมเราก็ไม่มี ไม่มีอย่างเงินที่จะมาเติมน้ำมันรถที่จะขับเข้าป่าไปรักษาสัตว์ มันมีความจริงในช่วงแรก ๆ ที่เราต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ได้เงินมา และบางครั้งก็ต้องไปหาหยิบยืมคนอื่นก่อน โดยช่วงแรกของการทำงานเราไม่พูดว่าเราลำบากยังไงเดือดร้อนยังไง แต่เราจะบอกว่าเราทำได้
การเข้าไปในป่าในแต่ละครั้งใช้เวลาต่างกันแค่ไหนมันแล้วแต่ว่าเคสนั้น ๆ หนักเบามากน้อยอย่างไร บางครั้งเป็นอาทิตย์ บางครั้งก็เป็นเดือน ถ้าตามสัตว์ไม่เจอก็จะมีแผนปรึกษากับชาวบ้านเพื่อช่วยกันตามหา ทุกภารกิจที่อยู่ในป่าทุกนาทีที่อยู่ในป่ามันมีค่ามีประโยชน์มาก ซึ่งบางครั้งชาวบ้านเขาจะเกรงใจเรามากหมอจะกินจะนอนยังไง คนแก่บางคนเห็นผมแล้วยกมือไหว้ผมก่อน ผมจะบอกเลยว่าคุณตาครับ ต้องให้ผมไหว้ก่อนนะบางครั้ง สัตว์บาดเจ็บ ก็ดึงชาวบ้านมาช่วยคราวนี้ล่ะ เขาจะจำวิธีรักษาไปจนตาย ก็ถือเป็นการทำงานแบบ บูรณาการที่เราต้องสร้างศรัทธาให้ชาวบ้านก่อน ไม่ใช่ว่ามีแต่ตำแหน่งไปสั่ง ๆ ๆ อย่างนี้เราไม่ได้ใจเขาแน่นอน เพราะถ้าเราได้ใจเขาเราทำอะไร ขอความร่วมมืออะไรมันจะง่ายขึ้น แล้วพื้นที่การทำงานของผมจะออกทั่วประเทศ เวลามีคนแจ้งมาผมก็จะดูว่าสาเหตุของการบาดเจ็บคืออะไร ถ้าเกิดจากโซ่อาหารสัตว์ล่าสัตว์เหยื่อก็จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง แล้วสัตว์นั้นมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์มากน้อยแค่ไหน อย่างสัตว์ตัวนี้เป็นอะไรไป มันจะส่งผลต่อระบบนิเวศไหม อย่างนี้ผมจะเข้าไปยุ่ง อย่างช้าง กระทิง เสือ วัวแดง มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ผมก็ต้องไป แต่ถ้าเป็นกวาง ชะนี เราอาจจะเข้าไปช่วยในกรณีที่ทำให้พ้นทุกข์จากความทรมาน
ฉะนั้นหน้าที่ของผมเวลาทำงานจะมีอยู่ 2 ความเหมาะสมคือ 1. ช่วยเพื่อให้สัตว์รอด ผมมาเพื่อช่วยรักษา 2. ช่วยเพื่อให้พ้นจากทุกข์ทรมาน เพราะตรงนี้เราจะมีการประเมินเลยว่าสัตว์ตัวนี้ถ้ารักษาไปแล้ว พอมีชีวิตอยู่เขาจะอยู่บนโลกนี้ลำบากขึ้นกว่าเดิมไหม ถ้าอย่างนี้เราก็ช่วยเขาให้ไปอย่างไม่ทุกข์ทรมานดีกว่า จากการรักษาสัตว์ป่ามามีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผมสะเทือนใจ อย่างเวลา 4 ทุ่มกลางป่าลึกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีช้างตัวหนึ่งติดเชื้อในกระแสเลือด หลังจากรักษา 2 อาทิตย์ก็ดีขึ้นแต่ก็มีปัญหาเรื่องบาดทะยัก เรื่องเลือดในร่างกายทำลายระบบเลือดในร่างกาย ทำลายระบบปราสาท ผมกับเจ้าหน้าที่เราออกติดตาม ก็เห็นว่าเขานอนหมดสติอยู่กลางป่าลึก ตอนนั้นเราไม่มีอะไรเลย เราต้องการยาแอนตี้ท็อกซิน จำนวนหนึ่ง เราต้องการเครื่องมือทางการแพทย์จำนวนหนึ่งอย่างด่วน!!
เพราะโอกาสของช้างตัวนี้เป็นตายเท่ากัน นาทีนั้นในตัวผมมียาบางส่วนอยู่ในตัวบ้าง ผมก็ให้เจ้าหน้าที่คนอื่นคอยวัดอัตราส่วนการหายใจ วัดชีพจร แล้วก็บอกว่าชีพจรเท่านี้ต้องให้ยาเท่านี้ ส่วนตัวผมก็ต้องออกจากป่าไปหายาฆ่าพิษจากแบคทีเรียมาให้ได้ ผมต้องออกจากป่ามาที่โรงพยาบาลอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ฝนก็ตกรถเป็นของหน่วยงานซึ่งดอกยางไม่ดี ด้วยความที่ผมรีบทำให้รถคว่ำ แต่ดีที่ผมไม่เป็นอะไร ก็มานั่งรอโบกรถต่อ ตอนนั้นรู้แค่ว่าต้องเอายากลับไปรักษาช้างให้ได้
ในที่สุดผมก็ได้ยามาผมก็นั่งรถคนอื่นมาถึงจุดเข้าป่าที่จะไปรักษาช้าง เชื่อไหมว่าผมวิ่งตรงเข้าไปอย่างเร็วที่สุดวิ่งแบบไม่คิดชีวิต พอไปใกล้จุดที่ช้างอยู่ผมก็ตะโกนถามเจ้าหน้าที่ว่าช้างเป็นยังไงบ้าง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าผมมาช้าไป 20 นาที " เหตุการณ์นี้ผมสะเทือนใจมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่อยากให้เกิด แล้วมันก็เกิดคำถามว่าถ้าเราพร้อมกว่านี้ช้างป่าตัวนี้ก็ไม่ตาย ตัวช้างเองเขาก็อยากรอดเหมือนเรา เมื่อก่อนเขาเป็นอะไรไปก็ไม่มีใครรู้ สัตว์ป่าถ้าเขาไม่บาดเจ็บถ้าเขาไม่ป่วยเขาจะมาโผ่ลมาให้เราเห็น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเห็นเขา แสดงว่าเขาอาการไม่ดีแล้ว เหตุการณ์คืนนั้นบีบคั้นผมแบบสุด ๆ เลยนะ ก็เข้าไปเตะเขา…แบบ… รอกูสักหน่อยก็ไม่ได้
แม่มารู้เหตุการณ์นี้เพราะพี่สาวเล่าให้ฟังก็เลยเห็นใจ แม่ก็เลยดาวน์รถมาให้เพื่อจะได้ขับเข้าไปช่วยเหลือสัตว์ป่า เพราะตัวผมเองก็เข้าใจว่าระบบราชการมันก็ต้องมีติดขัดบ้าง แต่เมื่อเราเลือกที่จะทำงานนี้เราก็ต้องช่วยในสิ่งที่เราช่วยได้ ผมก็มองว่าถ้าเรารักษาชีวิตหนึ่งได้ มันก็สามารถรักษาได้อีกหลายร้อยชีวิตเช่นกัน มันถือว่านี่คือกำไรของชีวิตเวลาเข้าป่ามันห้ามเรื่องป่วยไข้ไม่ได้ ผมก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ทำงานในป่ามันไม่ได้มีเฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น ยังมีพวกหาของป่า มีพวกล่าสัตว์ป่า มีปืน มีกับดัก บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่ไปโดนอาวุธแบบนี้ ผมก็เคยคิดว่าเมื่อไหร่จะเป็นผมที่โดนแบบนั้นบ้าง ลำพังสัตว์อย่างเดียวไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่มนุษย์ด้วยกันนี่แหละสำคัญ บางทีมีการปะทะกันเพราะเขาไม่รู้ว่าเราป็นหมอ รู้แค่ว่ามีคนมาก็ใส่เลย แล้วอาวุธเขาจะพร้อมกว่าเจ้าหน้าที่ ซึ่งอย่างเราไป 10 คนมีปืนกระบอกเดียว แถมโดนน้ำยิงไม่ได้อีก ก็เลยเกิดการตะลุมบอลชกต่อยกัน เคยมีครั้งนึงผมโดนเขาปามีดใส่หัว แต่โชคดีที่ไม่โดนมันแค่เฉี่ยวไปแค่นิดเดียว
评论 (4)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://lotterfanclub.spaces.live.com/blog/cns!ADF8860802F210A7!906.trak 引用此项的网络日志
|
|
|