Lotter 的个人资料หมอล็อต,น.สพ.ภัทรพล มณีอ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月3日

INTO THE WILD2

INTO THE WILD 2
น.สพ. ภัทรพล มณีอ่อน

          ยามเย็นของวันที่สายฝนโปรยปราย อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เรามีนัดสัมภาษณ์กับสัตวแพทย์สัตว์ป่าคนแรกของเมืองไทย “หมอล็อต” หรือ น.สพ. ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในย่านประชาชื่น และสัมผัสแรกที่เราได้ฟังถึงเรื่องราวการทำงานภายใต้ความเสี่ยงรอบด้านจากการเข้าไปรักษาสัตว์ที่บาดเจ็บในป่าจริงๆ อยู่ๆ เราก็คิดถึงภาพของ คริสโตเฟอร์ แม็คแคนเลสส์ (รับบทโดย อีมิล เฮิร์สช์ จาก สปีด เรเซอร์) ภาพยนตร์เรื่อง INTO THE WILD ขึ้นมาทันที

          คริส เป็นนักศึกษาหนุ่มที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม แต่เลือกที่จะปฏิเสธการเรียนต่อทันทีหลังจากที่เรียนจบคอเลจและนำเงินที่สะสมไว้กว่า 24,000 ดอลลาร์ ไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศลทั้งหมด หลังจากนั้นก็หนีออกจากบ้านโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น อเล็กซานเดอร์ ซูเปอร์แทรมป์ เพื่อเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติในป่าลึกเพียงลำพัง

          ดูเหมือน คริส และ หมอล็อต มีจุดเชื่อมโยงกันแค่เรื่องของป่าเท่านั้น แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้จากคนทั้งคู่ที่มีเหมือนกัน คือ ความศรัทธาและความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัดสินใจและลงมือกระทำมันอย่างกล้าหาญ และนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่ว่า ความสุขจะเป็นจริงเมื่อถูกแบ่งปันกับคนอื่นหมอล็อต ก็เช่นเดียวกัน ความสุขของเขานอกจะได้ช่วยเหลือสัตว์ให้มีสวัสดีภาพชีวิตที่ดีที่สุด การได้สานฝันให้คนอื่นเป็นจริง คือความสำเร็จที่เขาประสบอยู่ในใจแล้ว

         "เพราะศรัทธาในตัวเอง ศรัทธาในวิชาชีพสัตวแพทย์ ศรัทธาในธรรมชาติที่เราเห็น จึงทำให้ผมมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ และสิ่งที่ทำให้ผมภูมใจที่สุดในวันนี้คือ การได้เห็นหมอล็อต คนที่สอง ซึ่งเกิดจากสังคมเห็นความสำคัญ เข้าใจ และยอมรับในบทบาทภารกิจของสัตวแพทย์สัตว์ป่ามากขึ้น สิ่งที่ทำ ณ เวลานี้มันไม่ใช่ความผันของเรามันไม่ได้เป็นความต้องการของเรา แต่มันเป็นการทำเพื่อความฝันของคนอื่น จริงๆ แล้วมีหมอ มีคนที่อยากทำตรงนี้เยอะมากเพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถที่จะก้าวเดินตามความฝันเขาได้ ทางกลับกัน เราไม่ได้ฝัน เราไม่ได้ชอบ เราไม่ได้หลงใหลในสิ่งที่เราทำ แต่เราศรัทธาในสิ่งที่เรากำลังจะทำ และเราก็เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำสามารถสานฝันให้กับคนอื่นให้เป็นจริงได้ คือเรื่องบางเรื่องมันไม่จำเป็นต้องทำเพื่อตัวเอง เพียงแต่ว่าเรื่องบางเรื่องอาจต้องเลือกสิ่งอื่นก่อนตัวเอง"

QUESTIONS WITH OUR YOUNG WILDLIFE VETERINARIAN

 01 - ในการทำงานมีการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสัตว์ป่าบาดเจ็บไหม

          " เราเน้นการทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุกไปในตัว เชิงรับหมายถึงการรักษาที่ตัวสัตว์ เพื่อให้เขาพ้นขีดอันตราย ส่วนในเชิงรุก คือเราต้องนำเสนอให้ชุมชนได้รู้ว่า สัตว์มันบาดเจ็บอย่างนี้เราต้องตามเข้าไปรักษา เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่ สัตว์มีเวลาเหลือให้เรารักษาเท่าไหร่ ซึ่งพื้นที่บางพื้นที่ชาวบ้านยังล่าสัตว์ และยังคงใช้บ่วงดักสัตว์อยู่ พอเราคุยให้ชาวบ้านฟังถึงปัญหาที่เราพบ คนที่เป็นคนล่าเขาจะรู้สึกตัว ขณะเดียวกันชุมชนก็ทราบ เขาก็จะไปตักเตือนกันเองเพราะฉะนั้นเมื่อคนทำ ถูกสังคมพิพากษาเขาก็กลับใจมาร่วมงานกับเราผลงานผมไม่ได้มาจากเครื่องชี้วัดว่าปีหนึ่งผมรักษากี่ตัว ยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะนั้นคือการจัดการดี ปัญหาก็ไม่เกิด"

 02 - สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวสูง มีวิธีเข้าถึงตัวเขา เพื่อทำการรักษาอย่างไรให้ปลอดภัย

          "เราต้องประเมินสถานการณ์ก่อนว่า สัตว์ตัวที่ได้รับบาดเจ็บแบบนี้ ถ้าปล่อยให้เขาดำรงชีวิตตามธรรมชาติของเขา จะทำให้หายเองได้ไหม ถ้าสภาพไม่หนักมาก อยู่รอดโดยธรรมชาติได้ กินพืชอาหารที่เป็นพืชสมุนไพรแล้วทำให้เขาอยู่รอดได้ ก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งแต่ถ้าดูจากสภาพอาการบาดเจ็บแล้วค่อนข้างหนัก แถมถ้าปล่อยให้เขาดำรงชีวิตตามธรรมชาติเช่นนี้ จะยิ่งทำให้อาการรุนแรงชั้นก็ต้องเข้าไปช่วย ซึ่งโดยธรรมชาติของสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว เขาจะมีสัญชาตญาณการหลบหนีหรือเวลาจวนตัวเขาก็จะทำร้ายเราได้นั้นหมายความว่าเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้วอย่างเวลาเรากินข้าวในป่า คือกินกันเต็มที่เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นมื้อสุดท้ายหรือเปล่า ไม่ใช่แค่อันตรายจากสัตว์ป่าเท่านั้น เรื่องโรคที่อยู่ในป่าอีก ผมเป็นมาเลเรียมาสองรอบเกือบตาย และบ่อยครั้งที่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเพราะสัตว์ทำร้าย ภัยอันตรายรอบด้าน"

          "สัตว์หนึ่งตัวบาดเจ็บ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไร แล้วทำไมต้องเอาคนที่มีความสำคัญหลายๆ คนมารักษา แถมยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยงสารพัด มันจึงมีคำถามว่าคุ้มหรือเปล่า ผมพยายามบอกเจ้าหน้าที่ทุกคนว่า ไม่ต้องมองอะไรลึก คือชีวิตหนึ่งมีค่าเท่ากับอีกชีวิตหนึ่ง เราก็แค่หนึ่งชีวิตที่อยู่บนโลกใบนี้ เทียบเท่ากับสัตว์ป่า เทียบเท่ากับมดตัวหนึ่งมีชีวิตเท่ากัน แล้วถ้าหนึ่งชีวิตสามารถรักษาอีกหนึ่งชีวิตได้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว แต่ถ้าหนึ่งชีวิตนั้น สามารถรักษาอีกหลายชีวิตได้ นั้นคือกำไรที่แท้จริงของหนึ่งชีวิตที่เกิดมา"

 03 - สัตว์ป่าตัวแล้ว ตัวเล่าที่เข้าไปรักษาจนหาย สัมผัสได้ถึงคำขอบคุณจากเขาไหม?

          " โดยธรรมชาติของสัตว์ป่าแล้ว ถ้าไม่บาดเจ็บจริงจะไม่โผล่มาให้คนเห็น เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาโผล่มาให้คนเห็นนั่นแสดงว่าไม่ไหวแล้ว และการที่เราจะเข้าไปช่วยรักษาเขาได้ผมมองว่าผู้ปฏิบัติงานเอง ต้องมีใจที่บริสุทธิ์ ต้องศรัทธาในสิ่งที่กำลังทำ ถึงแม้ว่ามันจะอันตราย ถึงว่าจะทำไปโดยไม่ได้อะไร แต่ก็ต้องศรัทธาในตัวเอง ศรัทธาในทีมงาน แล้วพอเราเข้าไป เหมือนสัตว์เขารู้ว่าเรามาช่วย อย่างผมรักษาช้างน้อยตัวมากที่ผมจะยิงยาสลบช้างในระดับที่มันสลบจริงๆ ส่วนใหญ่ผมให้ระดับที่เขาแค่ซึม ซึ่งเขาสามารถที่จะหันมาเตะมาทำร้ายหมอได้ ทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือเอางาแทงหมอได้แต่เขาก็ไม่ทำ เขายืนนิ่งสะบัดงวง เอาหูแกว่งไปมา บางทีถ้าหมอฉีดยาหรือทำแผลเจ็บหน่อยก็ม้วนงวงเข้าปากแล้วก็ร้องในลำคอ ยอมให้หมอรักษาแต่โดยดี "

          " พอเรารักษา ดูแลเสร็จ แววตาที่เขามองเรา มันอาจจะสาธยายเป็นคำพุดไม่ได้ แต่เรารู้ว่าแววตาที่เขามองเราพฤติกรรมการโบกหูสะบัดไปมา แกว่งหางไปมา หรือแม้กระทั่งพวกเสือ พวกแมวป่าที่เวลาเรารักษาแล้วเขาหันมาร้องเหมี๊ยว...กับเรา แล้ววิ่งเข้าป่าหายไป มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่า นี่คือสิ่งตอบแทนที่เราได้ คือความอิ่มเอิบใจ คือความปลื้มปิติยินดี แล้วเป็นสิ่งที่ทีมงานเราภูมิใจมากเหมือนกับเราได้ให้ชีวิตใหม่เขา "

 04 - อะไรคือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปช่วยเหลือสัตว์ในป่าแล้วนำกลับกลับมาใช้ชีวิตในเมือง

          "มุมมองเปลี่ยนไปนะ จากเมื่อก่อนไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ ไม่สบายก็ปล่อยให้หายเอง กินเหล้าเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นทั่วไป แต่หลังจากที่ได้เข้าไปรักษาชีวิตสัตว์ป่าแล้ว ทำให้เรารู้ว่าชีวิตเรามีค่า หากชีวิตเราไม่สมบูรณ์ ไม่พร้อม เราก็ไม่สามารถไปช่วยชีวิตอื่นได้ ณ เวลานี้ดูแลตัวเองดี เตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะเรารู้ว่าชีวิตเราหนึ่งชีวิต มันมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของอีกหลายชีวิต เราเป็นความหวังของอีกหลายชีวิต ซึ่งคำพูดประโยคนี้ผมจะพูดกับทีมงานทุกคน ทีมงานของผมบางคนกินเหล้า ดูแลตัวเองไม่ดี ไม่ค่อยเอาถ่านสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้ไปช่วยชีวิตสัตว์ป่า ตัวหนึ่ง สองตัว สามตัว ใครที่ว่าชีวิตเขาไม่เอาถ่าน ไม่ได้เรื่อง ไม่ใช่แหละ เขามีคุณค่าต่อการอยู่รอดของสัตว์ป่วยอีกหลายชนิด บางคนกลับใจเลิกเหล้า ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เพื่อจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในยามที่สัตว์ป่าได้รับบาดเจ็บ"

 05 - จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสัตว์เลี้ยงเข้าป่า

          " มีสองกรณีคือ ถ้าเอาสัตว์เลี้ยงไปปล่อยป่า เขาต้องเผชิญชีวิตด้วยตัวของเขาเอง หากินไม่เป็น ดำรงชีวิตไม่ได้ โดนสัตว์อื่นทำร้าย สุดท้ายก็ตาย หรือถ้าไม่ตายก็จะเกิดปรากฏการณ์ เอเลี่ยนสปีชล์ หรือสัตว์ต่างถิ่น การนำพันธุกรรมแปลกปลอมเข้าไปในป่า อย่างเช่นเอากระต่ายบ้านไปปล่อยในป่า กระต่ายบ้านกับกระต่ายป่าก็จะผสมข้ามสายพันธุ์กัน เกิดลูกออกมาเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งในระยะยาวก็กลายเป็นปัญหาในเรื่องระบบสืบพันธุ์ได้ หรือการนำสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว นอกจากจะเป็นการรบกวนนักท่องเที่ยวในด้านของเสียงแล้ว ในเรื่องของการขับถ่าย ยังสามารถนำโรคไปสู่สัตว์ป่าได้ เช่นพยาธิ และไวรัสบางตัว "

 06 - ตอนนี้มีโครงการอะไรที่ต่อยอดความคิดในการดูแลสัตว์ป่าที่เจ็บป่วยบ้าง

          "ตอนนี้กำลังจะฝึกอบรม การปฐมพยาบาลสัตว์ป่าเบื้องต้น สำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานทั่วประเทศ มาอบรมเรื่องการช่วยเหลือสัตว์ป่า โดยใช้ความรู้ทั้งชีวิตของผม ซึ่งการทำงานของผม ผมเอาการเรียนรู้ทั้งชีวิตมาทำงานเพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นเรื่องยากตรงที่ผมจะเอาสิ่งที่เราเป็นและเรียนรู้มาทั้งชีวิตมาบีบให้เป็นหลักสูตรเหลือแค่ 4 วัน แล้วสอนบุคลากรที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในเรื่องนี้เลย ให้เขามีความรู้ มีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาสัตว์ป่าในระยะเวลา 4 วัน เป็นเรื่องยากมาก"

          "หลังจากที่การฝึกอบรมจบลง พวกเขาเหล่านั้นจะกระจายไปอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ แล้วเวลามีเหตุฉุกเฉินสัตว์ป่าบาดเจ็บ เขาก็สามารถรักษาในขั้นพื้นฐานได้ เขาสามารถติดต่อประสานงานกับหมอได้ คุยกันรู้เรื่อง ปฏิบัติตามคำสั่งที่หมอแนะนำได้ ซึ่งจะทำให้การดูแลสุขภาพของสัตว์ป่ากลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยที่หมอไม่ต้องเดินทางไป"

            "ซึ่งพออบรมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานเสร็จ รุ่นหลังๆ ก็จะมีตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร และชาวบ้านเข้าร่วมอบรมด้วย พอครอบคลุมทั่วประเทศปุ๊บ เราก็จะทำเป็นคอร์สอินเตอร์ เชิญเจ้าหน้าที่จากประเทศเพื่อนบ้าน พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม มาร่วมอบรม เพราะเรามองว่าในถูมิภาค พื้นที่ป่าติดกัน ไม่มีรั้วกั้น การแบ่งเขตพื้นที่แต่ละประเทศมันเป็นการแบ่งเพื่อความมั่นคง เพื่ออธิปไตยของประเทศนั้นๆ แต่สัตว์บางชนิดมันไปมาซึ่งกันและกัน"

           ถ้าจะบอกว่าบทสัมภาษณ์จบลงเพียงเท่านี้ หลายคนคงรู้สึกเสียดายและยังไม่อิ่มใช่ไหม... เราก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ แม้ YOURPET ทั้งเล่ม ก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวดีดีของผู้ชายมหัศจรรย์คนนี้ได้หมด ถ้าอย่างนั้นขอแนะนำให้คนที่อยากฟังคุณหมอเล่าเรื่องดีๆ มีคุณค่า ให้ลองหาเทปรายการ คนค้นคน ย้อนหลังมาดู แล้วจะรู้ว่า “หมอล็อต” หรือ นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน มีค่าต่อการเฝ้ารอของชีวิตสัตว์ป่าแค่ไหน

评论 (3)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

ํ^^
Woww
9 月 9 日
view发表:
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
12 月 16 日
view发表:
คุณศรัทธาในอาชีพหมอของคุณแต่ฉันศรัทธาในตัวคุณมาก
12 月 16 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://lotterfanclub.spaces.live.com/blog/cns!ADF8860802F210A7!907.trak
引用此项的网络日志